จำนวนเข้าดู

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อาหารอีสาน


อาหารอีสานบ้านเฮา

                  อาหารไทย มีมากมายหลากหลายเมนูอาหาร ในแต่ละภูมิภาคก็จะมีเมนู สูตร อาหารแตกต่างกันออกไป ตามลักษณะของท้องถิ่นเช่น อาหารภาคกลาง อาหารเหนือ  อาหารใต้ และอาหารอีสาน ซึ่งแต่ละภาคจะอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง รวมทั้งอาหารอีสานด้วย
             อาหารพื้นบ้านอีสาน เป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อย ใครได้ทานก็ติดใจ โดยเฉพาะบางเมนูเป็นที่นิยมกันมากเช่น ส้มตำ(ภาษาอีสานบางถิ่นเรียกว่า ตำบักหุ่ง, ตำส่ม, ส่มตำ)  ลาบ น้ำตก ต้มแซ่บ เป็นต้น
คนอีสานเป็นคนกินง่าย อยู่ง่าย ดังนั้นอาหารการกินจึงมีหลากหลาย วิธีการทำง่ายๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบส่วนเครื่องปรุงที่อยู่รอบตัว หรือเท่าที่มีในตอนนั้น อาหารอีสานบางเมนูเริ่มแรกเดิมทีทำได้ง่ายๆ เครื่องปรุงไม่เยอะเช่น    ส้มตำ วัตถุดิบและเครื่องปรุง   มะละกอ(บักหุ่ง)  พริก   มะเขือเปาะหรือมะเขือเทศ  ปลาร้า   มะนาว  น้ำปลา  ผงชูรส
              แต่ปัจจุบัน ส้มตำ ได้กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วทุกภาค จนกลายมาเป็น ตำไท, ตำโคราช และอีกสารพัดตำ มีการใส่เครื่องปรุงเข้าไปมากมาย เพื่อให้ถูกปากของคนภาคนั้นๆ เช่น ใส่น้ำตาล ถั่วลิสง กระเทียม มะเขือ ปลาย่าง และอื่นๆอีกมากมาย
              อาหารอีสานจึงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนอีสานที่สามารถคิดมนูอาหารได้หลากหลาย และเป็นที่ถูกใจใครหลายๆคน และยังสามารถใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวและครอบครัวได้สบายเลยทีเดียว


ส้มตำปูปลาร้า อาหารอีสาน

http://learners.in.th/file/26v54jaratporn/chomdao114.jpg

               ส้มตำปูปลาร้า หรือตำบักหุ่งใส่ปู อันที่จริงก็คือส้มตำลาวแต่ใส่ปูนั่นเอง ถึงแม้จะบอกว่าเป็นส้มตำปูปลาร้า แต่บางคนก็ทำคนละสูตรไปเลย เช่น บ้างก็ใส่น้ำตาล กระเมียม บางก็ไม่ใส่ ซึ่งก็แล้วแต่คนชอบ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือปูดอง เขียนไป น้ำลายไหลไป
ส่วนประกอบและเครื่องปรุงสมตำปูปลาร้า
1. มะละกอหรือบักหุ่งนั่นเอง สัก 1-2 ถ้วยเล็ก หรือ หยุมใหญ่ๆ
2. พริกสด 4-5 เม็ด
3. กระเทียมสด 2-3 กรีบ
4. ถั่วฝักยาว สัก 1-2 ฝัก ไม่ต้องใส่เยอะ เอามาหั่นเป็น ท่อนๆ
5. มะเขือเทศ หรือบักเขียเคีย 4-5 ลูก
6.น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ ไม่ใส่ก็ได้น่ะ เพราะ ลาวแท้ๆ เขาไม่ใส่กัน โดยเฉพาะบางร้านทำแย่มากใส่น้ำตาลปี๊บเยอะ ตำไม่ละลาย กินๆไปเจอก้อนน้ำตาลไปเต็มๆ
7. มะนาว 1-2 ลูก (อยู่ที่ว่ามะนาวน้ำเยอะไหม)
8.น้ำปลาร้า 1-2 ช้อนโต๊ะ
9.น้ำปลา
10.น้ำมะขามเปียก ถ้าไม่มีไม่ใส่ก็ได้
11.ปูนาดอง 1-2 ตัว
12. ผงชูรส (เอาไว้ชูรส อย่าใส่เยอะ เดี๋ยวปากแห้ง หิวน้ำ)
วิธีการทำส้มตำปูปลาร้า
1. ตำพริก กระเทียม ไม่ต้องละเอียดมาก
2. ใส่ถั่วฝักยาวแล้วตำให้ถั่วแตก ไม่ต้องเอาละเอียด
3. ใส่เส้นมะละกอลงไป 1 หยุม หรือ 1 หยิบ และตามด้วยปาดมะเขือทศ(แบ่งครึ่ง)ใส่ ตามด้วยน้ำปลา 1/2 ช้อน น้ำปลาร้า 1-2 ช้อน บีบมะนาวใส่ ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ ผงชูรส แล้วโขลกให้เข้ากัน (สำหรับบางสูตร อาจใส่เส้นมะละกอก่อน)
4. ใส่เส้นมะละกอลงไป โขลกให้เข้ากัน แล้วชิมรสดู ปรุงรสเพิ่มตามใจชอบ
5. ใส่ปูดองลงไป ตำต่อสักครู่ เหตุที่ให้ใส่ปูนาทีหลัง เพราะถ้าตำปูมากเกินกระดองปูจะแตกละเอียด เวลากินจะลำบากต้องระวังกระดองปูติดคอ
ระวังเรื่องน้ำมะขามเปียกกับน้ำมะนาวด้วย ใส่ให้พอดี รวมทั้งน้ำปลาร้ากับน้ำปลา ต้องใส่ในสัดส่วนที่พอดีกัน
6. เสร็จแล้วเราจะได้ส้มตำปูปลาร้า อาหารอีสานอีกแบบที่อร่อยไม่แพ้อาหารไทยอื่นๆ

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

หมาปั๊ก Puggy

http://www.be2hand.com/images/upload_shop/201002/201002-16-091730-1.jpg

หมาปั๊ก Puggy ตูบหน้าบี้...จอมทะเล้น (Dogazine)

          ในปัจจุบัน คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักสุนัขสายพันธุ์ปั๊กเป็นแน่ เนื่องด้วยกระแสความนิยมในสุนัขสายพันธุ์นี้ที่เริ่มมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะด้วยอุปนิสัยน่ารักน่าเลี้ยงก็ดี หรือจะด้วยรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ มองอย่างไรก็ไม่เบื่อ ชวนให้หัวเราะแล้วอารมณ์ดีทุกคราที่มองปั๊กน้อย สิ่งเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่ทำให้คนไทยหันมาเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้มากขึ้นตามลำดับ

          ด้วยความร่าเริงที่ไม่เหมือนใคร หน้าตาแลดูฉงนปนทะเล้น และอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา ทำให้ปั๊กไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลกอีกด้วย

มาตรฐานสายพันธุ์

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/927/36927/images/ATT0000013.jpg

          ถิ่นกำเนิดประเทศจีน
          กลุ่ม Toy
          หัวกะโหลกมีลักษณะกลม ขนาดใหญ่ หนังบริเวณหน้าผากมีรอยย่นมาก
          หูขนาดเล็ก ใบหูค่อนข้างบาง มีหู 2 ชนิด คือหูตูบแบบบูลด็อก และหูพับแบบลูกกระดุม แต่จะนิยมหูพับมากกว่า
          ดวงตากลมโต สีเข้ม
          ปากสั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส กรามล่างจะยื่นออก
          จมูกสั้น สีด
          ฟันขบกันแบบกรรไกร
          ลำตัวสั้น หลังตรง ล่ำสัน และมีกล้ามเนื้อแข็งแรง
          คอสั้น โค้งเล็กน้อย
          อกกว้าง
          ขาหน้าเหยียดตรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ความยาวปานกลาง เท้าไม่กลมเหมือนเท้าแมว เล็บสีดำ
          หางชี้ขึ้นด้านบน แต่ลักษณะม้วนเป็นวงจนติดบั้นเอว หากม้วนได้ 2 รอบ ถือว่าเป็นลักษณะที่สมบูรณ์
          ขนสั้นละเอียดเป็นประกาย ไม่ปุกปุย
          สีน้ำตาลแบบลูกวัว สีเงิน หรือสีดำ มีาร์คกิ้งสีดำที่หน้าและใบหู
          ขนาด สูง 10-11 นิ้ว น้ำหนัก 6.5 - 8.2 กิโลกรัม
          การเดินและการวิ่งคล่องแคล่ว ปราดเปรียว
          ลักษณะที่ถือว่าบกพร่องหัวกะโหลกเล็ก ช่วงปากยาว ตาเล็ก รอยย่นเห็นไม่ชัด
          ช่วยชีวิตเฉลี่ย   12 - 14 ปี


7 ก้าวเดินตามรอยเท้า... หมาปั๊ก

ก้าวที่ 1 : กว่าจะมีวันนี้
          สุนัขพันธุ์ปั๊กเป็นสุนัขที่เก่าแก่สายพันธุ์หนึ่ง มีกำเนิดมาจากประเทศจีนมาตั้งแต่ 400 ปี ก่อนคริสตกาล ในสมัยโบราณนิยมเลี้ยงไว้ในวัดจีน ต่อมาเริ่มมีการนำออกไปยังสถานที่ต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มแพร่หลายไปยังหลาย ๆ ประเทศในแถบทวีปยุโรป

          ในประเทศฮอลแลนด์ สุนัขสายพันธุ์ปั๊กได้รับการยอมรับ และให้เกียรติเป็นอย่างมากเนื่องจากในอดีตมีสุนัขพันธุ์นี้ตัวหนึ่ง เคยช่วยชีวิตของเจ้าชายวิลเลียม โดยการเตือนให้พระองค์ทรงทราบว่าทหารของกองทัพของสเปนได้แอบลอบเข้ามาใกล้แล้วนั่นเอง

          ส่วนในประเทศฝรั่งในปี ค.ศ.1790 พระมเหสีของนโปเลียน ผู้นำประเทศฝรั่งเศสในยุคนั้นได้ซ่อนจดหมายไว้ที่ปลอกคอของปั๊ก  แล้วให้มันนำไปแจ้งข่าวสารต่อนโปเลียน เพื่อบอกกับนโปเลียนว่าพระนางถูกจับขังไวที่ Les Carmes

          จากวีรกรรมทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้เอง ทำให้สุนัขพันธุ์นี้เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น ก่อนจะถูกพัฒนาสายพันธุ์จนกลายเป็นรูปแบบของปั๊กที่สมบูรณ์แบบในประเทศอังกฤษ ต่อมา ปั๊ก เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษมากขึ้น แต่จากจำนวนของสุนัขในกลุ่มทอยอื่น ๆ ที่ทวีจำนวนขึ้น ทำให้ความนิยมในตัวปั๊ก เริ่มลดลงตามลำดับ จนเกือบจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศอังกฤษ ซึ่งในขณะนั้นเองพระเจ้าจอร์จที่ 3 ได้ทรงนำเข้าปั๊กจากประเทศฮอลแลนด์และออสเตรีย ทำให้เขาสามารถช่วยดำรงสายพันธุ์ปั๊กไว้ในประเทศอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน

 ก้าวที่ 2 : ลักษณะทั่วไปของ หมาปั๊ก
          ปั๊ก เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก มีขนาดร่างกายเล็กปานกลาง หน้าสั้นและย่นแลดูทะเล้นน่ารัก ใบหูพับตก และมีขนสั้นเกรียน หางมีลักษณะบิดเป็นเกลียวชี้ขึ้นม้วนจนเป็นวงติดกับบั้นเอง ถ้าหางหางม้วนได้ถึงสองตลบจัดว่าเป็นลักษณะที่สวยสมบูรณ์ที่สุด หายใจและกรนเสียงดัง

          สำหรับสัดส่วนของ หมาปั๊ก ถูกผสมพันธุ์ออกมาจนได้รูปร่างที่กะทัดรัดเป็นสี่เหลี่ยมจัดตุรัส ตัน และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง หัวมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ชิดขึ้นเล็กน้อย ตากลมยื่นออกมาแลดูอ่อนโยน มีสีดำเป็นประกาย หูสั้นตกลงข้างหัว มีความนุ่มคล้ายกำมะหยี่ คอสั้นโค้งเล็กน้อย ขาหน้าเหยียดตรง มีขนสั้นละเอียดเป็นประกาย มีสีเหลืองแอปริคอท มีมาร์คกิ้งสีดำที่หน้าและใบหู

          สุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีนิสัยน่ารัก ถึงหน้าตาของเขาจะดูเหมือนคิดมากไปสักหน่อย แต่ถ้าได้ลองเลี้ยงแล้วจะหลงใหลไม่รู้ตัว เพราะความอ่อนโยนของมัน ข้อควรระวังในการเลี้ยงคือสภาพอากาศที่ร้อน ปั๊กจะทนไม่ค่อยได้ ถ้าทนไม่ไหวอาจเป็นลมแดดได้ และถ้าอากาศเย็นควรให้อยู่ในที่อุ่น ๆ หรือหาเสื้อมาสวมให้เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหวัด

 ก้าวที่ 3 : เกาะติดนิสัย หมาปั๊ก
          ธรรมชาติของ หมาปั๊ก จะเป็นสุนัขที่มีลักษณะเป็นมิตร ปราดเปรียว ว่องไว อารมณ์ดี อยากรู้อยากเห็น ชอบเข้าสังคม มีความนุ่มนวล แต่บางครั้งอาจมีความตื่นตัวและมีพละกำลังในการเล่นมาก ไม่ชอบทะเลาะเบาะแว้งกับสุนัขตัวอื่น ๆ มีความซื่้อสัตย์ต่อเจ้าของ ชอบพบปะทักทายกับคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของหรือคนแปลกหน้า มีความฉลาดในระดับปานกลาง

          แม้จะเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ชอบเข้าสังคม แต่ปั๊กก็เป็นสุนัขที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ดื้อรั้น แต่เข้มแข็ง มันมีนิสัยชอบเอาชนะ และเด็ดเดี่ยวมากพอตัวทีเดียว

 ก้าวที่ 4 : ความต้องการการดูแลเอาใจใส่
          โดยส่วนมากสุนัขพันธุ์นี้จะขี้เกียจ หากปล่อยให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มีอุปกรณ์ฝึกเขา จึงควรพาเขาไปเดินเล่นหรือเล่นเกมโยนของไปให้เขาเก็บทุกวัน แต่อย่าให้เขาออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วงที่มีอากาศร้อน หรือหลังกินอาหารเสร็จ

          แม้สุนัขพันธุ์นี้จะไม่ต้องการการดุแลเสริมสวยให้ยุ่งยากมากนัก แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาความสะอาดทุกวัน อีกทั้งการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของการออกกำลังกาย ก็เป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้ปัก๊กจะไม่ใช่สุนัขที่รักกีฬา แต่การพาเขาไปออกกำลังกายให้พอเพียง ก็จะช่วยให้เขาไม่อ้วนและกลายเป็นสุนัขที่เฉื่อยชาจนเกินไป

 ก้าวที่ 5 : ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
          เจ้าของที่สมบูรณ์แบบของ หมาปั๊ก จะต้องมีอุปนิสัยอ่อนโยน คอยดูแลเอาใจใส่เขา เหมาะมากสำหรับเจ้าของที่ชอบความสงบเงียบ และคนที่ต้องการสุนัขที่เลี้ยงไม่ยาก สำหรับบ้านที่มีพื้นที่เพียงเล็กน้อย ผู้ที่อาศัยอยู่ในหอพักหรือคอนโดมิเนียมก็สามารถเลี้ยงปั๊กได้อย่างสบาย ๆ เนื่องจากรูปร่างที่เล็ก ไม่ใหญ่เทอะทะ ทำให้ปั๊ก ไม่ต้องการพื้นที่เลี้ยงดูมากนัก

 ก้าวที่ 6 : ข้อควรระวัง
          เนื่องจากรูปทรงของตาและใบหน้าทำให้สุนัขสายพันธุ์นี้มีแนวโน้มที่จะเกิดการบาดเจ็บที่ตาได้ง่าย ถ้าปั๊กของคุณกำลังถูตาอยู่ กระพริบตาถี่ ๆ มีน้ำตาไหลมากเกิน หรือตามีการเปลี่ยนสีไป ควรปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณโดยทันที และการที่เป็นสุนัขจมูกสั้น เขาจึงมักมีปัญหาเกี่ยวกับเพดานปากอ่อน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอยู่เสมอ

          นอกจากนี้ ปั๊กยังมีความเสี่ยงที่จะอ้วนได้ง่าย ดังนั้น การควบคุมปริมาณอาหารและการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งจำเป็น โครงสร้างกะโหลกศีรษะที่สั้น ส่งผลให้ปั๊ก มักมีปัญหาระบบทางเดินหายใจส่วนต้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือภายหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก จึงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มากเกินไป และการเลี้ยงดูในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูง

 ก้าวที่ 7 : โรคและความผิดปกติที่พบได้
  • ความผิดปกติต่าง ๆ ของนัยน์ตา เช่น หนังตาม้วน โรคตาแห้ง กระจกตาอักเสบ แผลหลุมบริเวณกระจกตา
  • ความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ กลุ่มอาการผิดปกติของท่อทางเดินหายใจส่วนต้น ในสุนัขสายพันธุ์ที่มีใบหน้าสั้น
  • ระบบทางเดินสืบพันธุ์ ได้แก่ ภาวะคลอดยาก เนื่องจากขนาดหัว และช่วงไหล่ของลูกสุนัขมีขนาดใหญ่นั่นเอง


10 อาหารที่จะทำให้คุณยิ่งสวย

อาหารผิว
10 อาหารที่จะทำให้คุณยิ่งสวย (Lisa)
อาหาร 10 อย่างที่จะทำให้คุณยิ่งสวยมากขึ้นกว่าเดิม

 1. ไก่ มันช่วยร่างกายสร้างเคราตินที่ทำให้ผมสวย



http://www.okthaifood.com/wp-content/uploads/2012/06/0824.jpg

 2. แซลมอน มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ทำให้ผิวหนังและผมสุขภาพดี

http://www.globalfashionreport.com/inline/fashion/th/868cee5b38bd46c8d9e8a6e85f4bf200.jpg

 3. สตรอว์เบอร์รี อุดมด้วยวิตามินซี ที่มีอำนาจในการต้านริ้วรอย

http://www.idealtrendy.com/arti/img/30.jpg


 4. มะเขือเทศ ไลโคปีนในมะเขือเทศช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ลูทินช่วยให้ความชุ่มชื้น



http://www.meemodel.com/image_upload/images/beauty/tomato.jpg

 5. หอยนางรม สังกะสีช่วยให้ผมยาวและอาจช่วยป้องกันการขาดร่วง

http://www.trips.in.th/wp-content/media/2013/02/d5719c285ec600cbbccf1fde6c0f2fd6-0-650x400.jpg

 6. น้ำ ดีที่สุดในการให้ความชุ่มชื้นสำหรับทุกระบบของร่างกาย

http://www.muslimthaipost.com/upfile/news/2012/10/03/Mret/dring01.jpg

 7. โยเกิร์ตไขมันต่ำ แคลเซียมมีความสำคัญอย่างมากในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง

http://i.imgur.com/4auYi.jpg

 8. ช็อกโกแลตดำ มีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยต่อสู้ความเสียหายของผิวจากอนุมูลอิสระ

https://encrypted-tbn3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQkbw22eopWmA1t4fSiXuKjsZjdg1d8wr0ZV01HNoONaweUespARg

9. ชาเขียว มีแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยลดความเสียหายของผิวเนื่องจากสภาพแวดล้อม

http://www.clipmass.com/upload/news/40/39133_full.jpg

 10. อะโวคาโด มีโฟเลตสูงที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างเซลล์


http://www.2hunter.com/wp-content/uploads/2012/12/Benefits-of-avocado.1.jpg


วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คืนผิวหน้าสวยด้วยฝักทอง


http://1.3qdc.com/raiwan/2007/07/28/raiwan_mickey_1.out.JPG


              ผิวหน้าสวยใสเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายๆ คนนั้นไม่อยากปฏิเสธ แต่ในอีกทางก็ยุ่งยากสะเหลือเกินที่จะไขว่คว้ามา อีกทั้งสูตรบำรุงดูแลผิวหน้าสวยใสก็มีเยอะแยะมากมายสะเหลือเกิน ถ้าให้ลองหน้าเดียวเป็น 10 วิธี โหวว..เห็นทีจะไม่ไหวเอานะ แล้วเท่าที่สังเกตมา แต่ละวิธีที่ใช้ดูแลผิวหน้าก็แลดูจะสิ้นเปลืองเอามากๆ วันนี้ทางเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีวิธี คืนผิวหน้าสวยด้วยฝักทอง มาให้สาวๆ ได้ฟินฟินกับการมีผิวหน้าสวยกันได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ เชื่อได้ว่าเคล็ดลับ คืนผิวหน้าสวยด้วยฝักทอง ที่ทางเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ได้นำมาฝากในวันนี้จะช่วยให้สาวๆ มีผิวหน้าที่สวยใสสมใจได้อย่างแน่นอนเลยค่ะ งั้นเอาเป็นว่าอย่างมั่วแพร่มกันเลยเนอะ เราไปดูเคล็ดลับ คืนผิวหน้าสวยด้วยฝักทอง เคล็ดลับเพื่อหน้าสวยใสที่ทางเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ตั้งใจคัดสรรค์มาเพื่อคุณกันเลยดีกว่านะค่ะว่าจะได้ผลแค่ไหน ไม่ต้องสิ้นเปลื่อง ไม่ต้องยุ่งยากอีกแล้ว แค่ฟักทองน่าก็สวยได้แล้วค่ะ

http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2006/07/H4553703/H4553703-8.jpg


เคล็ดลันการมี ผิวหน้าสวยด้วยฝักทอง

สูตรมาสก์หน้าฟักทองสำหรับสาวผิวแห้ง
            ใช้ฟักทองต้มแล้วกวนโดยผสมน้ำเล็กน้อย เสร็จแล้วผสมเข้ากับน้ำมันมะกอก นำมาพอกหน้าแล้วทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวนุ่มนวลค่ะ

สูตรมาสก์หน้าฟักทองสำหรับสาวผิวมัน
            ใช้ฟักทองต้มแล้วกวนโดยผสมน้ำเล็กน้อย แล้วผสมเข้ากับน้ำมันมะกอก นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น หรือจะใช้ฟักทองบดเข้ากับไข่ขาว กวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น พร้อมกับใช้ฟักทองสดฝานแล้ววางบนใบหน้าทุกวัน จะช่วยในเรื่องของสิวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

สูตรมาสก์หน้าฟักทองสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยแห่งวัย
            ให้กวนฟักทองกับไข่แดง ผสมเข้ากับน้ำผึ้งให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วรอให้เนื้อฟักทองอุ่นๆ นำไปพอกหน้า 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ขอขอบคุณข้อมูลการดูแลผิวสวยผิวขาวจาก ไทยโพสต์ ขอขอบคุณรูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บึงพลาญชัย


        
http://jibfy.files.wordpress.com/2011/09/siamphoto00001402.jpg?w=642


          บึงพลาญชัยคือสัญลักษณ์ของเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ใจกลางเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด งจากสำนักงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ไปทางทิศเหนือประมาณ 300 เมตร มีลักษณะเป็นบึงน้ำจืดล้อมรอบเกาะเป็นวงกลม พื้นที่ 200,000 ตารางเมตร มีสะพานคอนกรีตเข้าสู่เกาะ 3 แห่ง

          ภายในเกาะกลางบึงพลาญชัย มีเกาะที่ประดิษฐานหลักเมือง พานรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด และเกาะใหญ่ที่จัดเป็นสวนสุขภาพ เพื่อออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน บึงพลาญชัยอยู่คู่เมืองร้อยเอ็ดมาช้านาน ต่อมาตื้นเขิน  และได้มีการบูรณะขุด
ลอกให้เป็นบึงที่สวยงามตลอดมา พอสรุปได้ ดังนี้
          พ.ศ.2469 (31 ก.ค. – 2469 – 31 ม.ค. 2417  โดยการนำของอำมาตย์เอก พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ขอความร่วมมือจากราษฎรทุกอำเภอ มาช่วยกันขุดลอกและทำถนนรอบบึงให้ชื่อว่า “ถนนสุนทรเทพกิจจารักษ์” ในปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ระหว่าง พ.ศ.2479-2499
          พ.ศ.2506 ได้มีการขุดลอกบึงให้ลึกลงโดยจ้างแรงงานคนขุดลอก
          พ.ศ.2509 มีการขุดลอกโดยใช้เครื่องจักรกลเข้าช่วย ได้นำดินถมพื้นเกาะกลางบึงให้สูงขึ้นและสร้างเกาะเล็ก ๆ ขึ้นทางด้านทิศเหนือ และทิศตะวันตกอีก 2 เกาะ
          พ.ศ.2526 ได้มีการขุดลอกบึงพลาญชัยครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์พร้อมด้วยการขุดลอกคู เมืองทุกด้านโดยการใช้เครื่องจักรกลทั้งภาครัฐบาลและเอกชนช่วยกัน โดยการนำของนายธวัชชัย  สมสมาน  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์  ส.ส.ร้อยเอ็ด และคณะเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ชุด นายสุพาสน์  ธนะแพสย์  เป็นนายกเทศมนตรี  นายจรัส  อิฐรัตน์  และนางสมพิศ  ทรัพย์ศิริ  เป็นเทศมนตรี
           พ.ศ.2527 โดยการนำของนายปรีชา  คชพลายุกต์  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ชุดของนายสุพาสน์  ธนะแพสย์  ได้ดำเนินการขุดลอกและปรับปรุงบึงพลาญชัยโดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
           1. ส่วนที่เป็นน้ำ ได้สูบน้ำจากคลองรอบเมืองเข้าบึงจนเต็ม แล้วจัดทำโครงการปล่อยปลาขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากประมงจังหวัดร้อยเอ็ด และข้าราชการทุกสังกัด พ่อค้า ประชาชนช่วยกัน ปัจจุบันมีปลาจำนวนมหาศาล
           2. ส่วนที่เป็นเกาะใหญ่กลางบึง และรอบบึงปรับปรุงเป็นสวนสุขภาพ สำหรับประชาชน ได้ออกกำลังกายและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ประกอบด้วย

                  2.1  จุดฝึกออกกำลังกาย 12 จุด
                  2.2  สวนสัตว์จำลอง
                  2.3  ปรับปรุงถนนภายในเกาะ และจัดหาม้าหินขัดจากการบริจาคของประชาชน หน่วยราชการทั่วไปไว้บริการนั่งพักผ่อน
                   2.4  ปรับปรุงสวนหย่อมและสนามเด็กเล่น
                   2.5  สร้างประตูเข้าบึงพลาญชัย 3 ด้าน ด้วยการบริจาคของประชาชน
                   2.6  ขอบบึงพลาญชัยปลูกต้นไม้ประดับไม้ยืนต้น และทำแปลงดอกไม้ มีม้านั่งหินขัดวางเรียงรายไว้เป็นระยะ โดยรอบบึงให้ความร่มรื่น

           ภายในเกาะกลางบึงพลาญชัย  ยังมีสวนสุขภาพเพื่อให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย ซึ่งคระเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด โดยการนำของ นายสุพาสน์  ธนะแพสย์  นายกเทศมนตรี  และนายจำรัส  อิฐรัตน์  นางสมพิศ  ทรัพย์ศิริ   เทศมนตรี  ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการพัฒนาบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดสวนสุขภาพเพื่อประชาชนในเขตเทศบาลและจังหวัดร้อยเอ็ด  โดยมีนายปรีชา  คชพลายุกต์  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นผู้ให้ความสนับสนุน ดำเนินการสร้างด้วยงบประมาณเงินอุดหนุนขององค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (อส.กท.) จำนวนเงิน 200,000 บาท  งบประมาณของเทศบาล  100,000  บาท  นอกจากนั้นเป็นงบประมาณจากการบริจาคของประชาชน

           สวนสุขภาพเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ 14 มิถุนายน 2527  เสร็จเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2527  ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่  7  พฤศจิกายน  2527 โดย ฯพณฯ ไชยศิริ  เรืองกาญจนเศรษฐ  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีการจัดกิจกรรมเสริมการใช้สวนสุขภาพ

            จัดกิจกรรมออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพทุกเช้าเวลา 05.30 – 06.00 น.  เทศบาลจัดพนักงานครุเทศบาลที่มีความสามารถด้านกีฬา นำกายบริหารและออกกำลังกายประกอบดนตรีแอโรบิคด๊านซ์ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน ทั้งเยาวชน และ ประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี

            จัดวิทยากรคอยแนะนำการใช่จุดฝึกต่าง ๆ ภายในสวนสุขภาพ และส่งเสริมประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ที่ไปออกกำลังกายแบบต่าง ๆ เช่น มวยจีน  จัดสวนสัตว์จำลอง  และตัวอย่างสัตว์จริง  เป็นต้น  ให้ประชาชนได้ชมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

             พ.ศ.2538  ถึงปัจจุบัน  บึงพลาญชัยได้รับการพัฒนาครั้งใหญ่อีกครั้งโดยการปรับปรุงพนังกั้นดินรอบ เกาะและรอบบึงทั้งหมดให้เป็นคอนกรีตเพื่อป้องกันการกัดเซาะและการพังทลายของดิน ในสมัยนายบรรจง  โฆษิตจิรนันท์  เป็นนายกเทศมนตรี เมืองร้อยเอ็ดและภายใต้การสนับสนุนของนายอนุรักษ์  จุรีมาศ  ส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด  นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงพัฒนาด้านอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน เช่นก่อสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชชนนี ปรับปรุงไม้ดอก  สนามหญ้า  น้ำพุ  เครื่องปรับปรุงคุณภาพน้ำ  ลานกีฬา  เป็นต้น

             บึงพลาญชัยจึงเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คนต่างถิ่นรู้จักจังหวัดร้อยเอ็ด และเป็นศูนย์กลางของคนเมืองร้อยเอ็ด ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งกิจกรรมส่วนตัว  กิจกรรมของครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมของภาครัฐและเอกชนทั่วไป เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัยของจังหวัดร้อยเอ็ด  และบึงพลาญชัยยังเป็นส่วนหนึ่งในตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด “พลาญชัย”   ซึ่งมีความหมายว่า เป็นบึงน้ำใสสะอาด ตั้งอยู่กลางเมือง

http://jibfy.files.wordpress.com/2011/09/lkt.jpg?w=642

ผลกระทบแรงงานไทยจะเป็นอย่างไรเมื่อเข้าสู่ AEC ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ผลกระทบการลงทุนจากต่างชาติ

          อุตสาหกรรมในไทยบางประเภทคงถูกย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่า จ้างแรงงานที่ต่ำกว่า เช่นพวกสิ่งทอ รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น เนื่องมาจาก เจ้าของแบรนด์ไม่ได้ลงทุนสร้างโรงงานในประเทศที่ผลิต ซึ่งเจ้าของโรงงานเหล่านี้กลับเป็นนายทุนไต้หวันและเกาหลีใต้ไปร่วมทุนกับคน ท้องถิ่น และสะดวกต่อการโยกย้ายไปที่อื่นได้ค่อนข้างง่ายดาย โดยเสียหายน้อยที่สุดหรือได้คุ้มกับการลงทุนในประเทศนั้นๆแล้ว
ในวันข้างหน้าอันใกล้นี้ แรงงานต่างชาติจากเพื่อนบ้านที่มาของานทำในบ้านเราจะค่อย ๆ ลดลงเป็นลำดับเมื่อบ้านเมืองของเขากลายเป็นจุดสนใจที่น่าจะลงทุนใน อุตสาหกรรมประเภทใช้แรงงาน (Labor Intensive Industries) จนกระทั่งขยายไปยังอุตสาหกรรมประเภทที่ใช้เทคนิคและทุนสูงขึ้นในอนาคต แรงงานหรือพนักงานในสายวิชาชีพที่แข็งแกร่งกว่าหรือมีความสามารถความชำนาญ มากกว่าก็จะเริ่มเข้าไปแย่งงานคนท้องถิ่น จนกว่าคนท้องถิ่นจะสามารถพัฒนาเรียนรู้ตามได้เป็นวัฏจักรต่อไป

ผลกระทบกับตัวบุคลากร

           ในขณะเดียวกันบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากเพื่อนบ้านเรา เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษดีกว่าเรา จะมีโอกาสเข้ามาแย่งงานคนไทยในหลาย ๆ อุตสาหกรรมได้ เช่น การท่องเที่ยว ด้านพลังงาน ด้าน Logistics รวมถึงด้านไอทีด้วย
แต่ก็ใช่ว่าบุคลากรบ้านเราเค้าจะไม่ต้องการนะ เพราะบ้านเรายังมีความโดดเด่นในด้านการแพทย์ เทคนิคทางการเกษตร อุตสหกรรมรถยนต์ ก็อาจเป็นที่ต้องการของหลายประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการเข้ามาทำงานที่ประเทศ ไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ที่จริงคนไทยเราไม่ได้ด้อยเรื่องความรู้ความสามารถ (ขอยืนยัน) แต่อาจขาดซึ่งทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงต้องควรฝึกฝนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ในวันที่ยุคของ AEC มาถึง



http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2429069

เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน ให้ได้งาน


 
http://www.job2u.biz/wp-content/uploads/2011/07/work5111.bmp

             ตื่นเต้น ๆ ... คำ ๆ นี้มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งสำหรับผู้มารับการสัมภาษณ์ เพื่อสมัครเข้าทำงาน บางคนอาจจะกลุ้มใจว่าทำยังไงถึงจะให้ได้งาน แล้วหัวข้อสัมภาษณ์งานส่วนใหญ่ จะเป็นประเด็นคำถามแบบไหน  และควรเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน อย่างไร จึงจะให้ได้งาน วันนี้กระปุกดอทคอมมีทิปส์เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับ หัวข้อสัมภาษณ์งาน เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน มาฝาก

           เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน

          อันดับแรกในการ เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน คือการแต่งกายให้เรียบร้อย เหมาะกับกาลเทศะ เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ โดยส่วนใหญ่การสัมภาษณ์งานจะค่อนข้างเป็นทางการ ดังนั้น การเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน ควรแต่งกายให้ดูสะอาด เรียบร้อย และก่อนออกจากบ้าน ควรสำรวจตัวเองอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง

          หัวข้อสัมภาษณ์งาน

          หัวข้อสัมภาษณ์งาน ก็เป็นอีกเรื่องที่ผู้ไปรับสัมภาษณ์งานควรศึกษาและ เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน ให้พร้อม เพื่อเวลาถูกสัมภาษณ์จะได้ไม่ตื่นเต้นและเกิดอาหารประหม่า
          ทั้ง นี้หลักในการตอบคำถาม หัวข้อสัมภาษณ์งาน ควรตอบให้ตรงประเด็น กระชับ ได้ใจความ มีความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงยกตัวอย่างเพื่อให้คำตอบชัดเจนยิ่งขึ้น ที่สำคัญข้อมูลต้องถูกต้องและเป็นความจริงด้วย และวันนี้เรามีตัวอย่าง หัวข้อสัมภาษณ์งาน มาให้อ่าน และแนะนำไปปรับใช้เวลาสัมภาษณ์งานมาฝาก

1. เล่าประวัติเกี่ยวกับตัวคุณ

          แนะนำว่าคุณควรใช้เวลาในการแนะนำตัวเองเพียงสั้น ๆ แค่ 2-3 นาทีพอ เน้นแบบกระชับได้ใจความ รวมถึงบอกว่าตัวเองเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่าย รู้จักปรับตัว ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น และเรียนรู้เร็ว

          ทั้ง นี้ ไม่แนะนำให้เล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณตั้งแต่สมัยเรียนประถม จนถึงทำงาน โดยไม่มีอะไรน่าสนใจ หรือไม่มีอะไรเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครมา

2. ทำไมคุณถึงคิดว่าเหมาะกับงานนี้

          หัวข้อนี้แนะนำให้เล่าประสบการทำงานที่ผ่านมา และความสามารถที่เกี่ยวกับงานในตำแหน่งที่คุณสมัครมา ว่าอะไรที่ทำให้คุณเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้  และคุณมีจุดเด่นเหมาะกับงานตำแหน่งนี้มากกว่าคนอื่น ๆ ตรงไหนบ้าง

          สำหรับผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน ก็ให้บอกจุดเด่นในการทำกิจกรรมในสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา หากคุณไม่ค่อยทำกิจกรรม อาจบอกว่าเพราะคุณทุ่มเทกับเรื่องเรียน พร้อมยกตัวอย่างเกรดเฉลี่ยสวย ๆ หรือวิชาที่คุณเรียนแล้วได้เกรดดี ๆ และเหมาะกับตำแหน่งงานมาประกอบการอธิบายก็ได้

          อย่าง ไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ตอบคำถามสั้น ๆ และไม่มีเหตุผลอธิบายประกอบ เช่น "ด้วยประสบการณ์ทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าสามารถทำงานนี้ได้"

3. คุณคิดว่าตำแหน่งนี้ต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้าง

          แนะนำว่า คุณควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตงานในตำแหน่งที่คุณไปสัมภาษณ์ก่อน และเวลาตอบต้องสั้น กระชับได้ใจความ  อย่าตอบคำถามแบบมั่นใจในตัวเองจนเกินไป หรือตอบแบบสร้างภาพพจน์ไม่ดีให้กับตัวเอง เช่น "ทราบมาว่าที่นี่กำลังขาดผู้จัดการฝ่ายการตลาด ด้วยประสบการณ์งาน 3 ปีในด้านนี้ ทำให้คิดว่าสามารถแก้ปัญหานี้ได้"

4. คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทเราบ้าง

          อันดับแรกที่คุณต้องไปสัมภาษณ์งาน สิ่งที่คุณควรรู้คือ ข้อมูลองค์กรที่คุณจะไปสัมภาษณ์ รวมถึงขอบเขตงานในตำแหน่งงาน ที่ เช่น ผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า คู่แข่ง ภาพลักษณ์องค์กร ที่มาและประวัติขององค์กร ฯลฯ

          อย่างไรก็ตาม คำตอบไหนที่คุณไม่แน่ใจ อย่าพยายามที่จะตอบ เพราะอาจจะทำให้ผู้สัมภาษณ์งานรู้ได้ว่า คุณไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับองค์กรและตำแหน่งงานมา หากคำตอบไม่แน่ใจ คุณอาจจะถามกลับผู้สัมภาษณ์งาน เพื่อให้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมได้ แต่ทั้งนี้อย่าลืมบอกว่า คุณได้ศึกษาเกี่ยวกับองค์กรมา และความสนใจที่อยากจะทราบเกี่ยวกับองค์กรเพิ่มเติม

5. อะไรคือจุดมุ่งหมายระยะยาวในการทำงานของคุณ

          แนะนำให้พูดถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคต และต้องบอกวิธีที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ซึ่งควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่สัมภาษณ์อยู่ ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ตอบในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่สมัครอยู่  เพราะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ

6. ถ้าได้งานนี้ คุณคิดว่าจะทำงานที่นี่นานเท่าไหร่

          ควรตอบคำถามที่เน้นและพุ่งประเด็นไปที่การทุ่มเทงานของคุณ เช่น อาจจะตอบว่าตราบใดที่งานมีความยากและท้าทาย ก็จะขอจะทุ่มเทความสามารถของตัวเองให้เต็มที่ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กร อย่างไรก็ตาม ไม่ควรบอกระยะเวลาไป เช่น มีแผนไปเรียนต่ออีก 2-3 ปีข้างหน้า หรือทางบ้านมีแผนให้ไปช่วยธุรกิจที่บ้าน

7. อะไรคือจุดอ่อนของคุณ

          ควรเลือกจุดอ่อนที่เป็นความจริงและกำลังปรับปรุงหรือพัฒนา เช่น ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง  ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

8. ทำไมคุณถึงลาออกจากงานเก่า

          ตอบความจริงให้มากที่สุด แต่ถ้าความจริงมันเลวร้ายก็อย่าตอบหมด เนื่องจากว่าผู้สัมภาษณ์ อาจขออนุญาตติดต่อบุคคลอ้างอิงเพื่อทำการตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้น  ทั้งนี้แนะนำว่า ไม่ควรวิพากษณ์วิจารณ์เกี่ยวกับองค์กร เจ้านาย หรือเพื่อนร่วมงานเก่าที่คุณลาออกมา เพราะมันจะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูไม่ดี

9. อะไรคือสิ่งที่คุณชอบและไม่ชอบในงานเก่า (หรืองานที่กำลังทำอยู่)

          แนะนำว่าควรบอกสิ่งที่ชอบมากกว่าสิ่งที่ไม่ชอบ และให้คำอธิบายรวมถึงเหตุผลว่าทำไมเราจึงคิดเช่นนั้น และไม่แนะนำให้บอกในสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน หรืออ้างอิงถึงบุคคล เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังวิจารณ์คนอื่น และไม่จำเป็นต้องเล่าทุกอย่างที่แย่ ๆ เกี่ยวกับงาน เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

10. อะไรคือสิ่งที่คุณประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต

          คุณอาจพูดถึงการเลื่อนขั้น ปรับตำแหน่งในการทำงาน หรือตลอดระยะเวลาที่ทำงานมามีแต่ความราบรื่นไม่เคยมีปัญหากับลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน ถ้าเป็นผู้สมัครที่เพิ่งจบการศึกษา อาจจะพูดถึงเกรดเฉลี่ย หรือความภาคภูมิใจที่สามารถสอบเข้ามหาลัยที่มีชื่อเสียงได้

11. คุณมีวิธีจัดการกับความกดดันอย่างไร

          คำตอบที่ควรตอบคือ บอกว่า ต้องตั้งสติ ไม่ร้อนรนไปกับสิ่งที่มากดดันให้เกิดความเครียด แต่ควรแปรความกดดันเป็นพลังงานที่จะนำไปพัฒนาสร้างสรรค์งานต่าง ๆ ตลอดจนผลักดันให้ตัวคุณก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ไปสู่ความสำเร็จให้จงได้ พร้อมยกตัวอย่างวิธีจัดการกับความกดดันที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ

12. คุณคาดหวังเงินเดือนเท่าไหร่

          แนะนำให้คุณลองสืบข้อมูลดูก่อนว่าส่วนใหญ่ด้วยตำแหน่งและประสบการณ์ทำงาน เงินเดือนเท่าไหร่ แล้วเสนอเป็นระดับช่วงเงินเดือนจะดีกว่าระบุเป็นตัวเลขตายตัว เพราะจะทำให้คุณสามารถต่อรองเงินเดือนจากความสามารถเฉพาะตัวของคุณได้

13. คำถามสุดท้ายคุณมีอะไรจะถามไหม

          ตัวอย่างคำถามที่ควรถามเช่น  ตำแหน่งของดิฉันอยู่ในตำแหน่งใดในโครงสร้างของบริษัท, เวลาทำงานปกติคือเวลาใด, กรุณาบอกคร่าว ๆ ถึงเป้าหมายของบริษัท เป็นต้น

          คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เตรียมตัวสัมภาษณ์งาน

          แนะนำให้ฝึกตอบทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เนื่องจากบางบริษัทอาจจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ

          ฝึกตอบคำถามหน้ากระจกและสำรวจบุคลิกภาพของตัวเอง

          เวลาตอบคำถามควรสบตากับผู้สัมภาษณ์

          ไม่ควรเท้าคาง หรือโต๊ะสัมภาษณ์

          ตอบคำถามแบบมั่นใจ พูดจาฉะฉาน

          อย่าง ไรก็ตาม เตรียมตัวไปสัมภาษณ์งาน และเตรียมหัวข้อสัมภาษณ์งาน ไว้ก่อนจะทำให้เรามีความพร้อมและเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น และโอกาสที่จะได้งานก็มีมากขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่องค์กรหรือคนสัมภาษณ์จะรับเข้าทำงานส่วน ใหญ่ จะพิจารณาจากความสามารถว่าคุณเหมาะกับงานตำแหน่งที่องค์กรจะรับหรือไม่